Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ love แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ love แสดงบทความทั้งหมด

23 กันยายน 2552

วิธีสังเกตว่าความรักเป็นรักแท้

วิธีสังเกตว่าความรักเป็นรักแท้



ใครที่กำลังมีความรัก วันนี้มีวิธีสังเกตว่าความรักที่มีอยู่นั้น เป็นรักแท้หรือเปล่ามาให้อ่านกัน...






1. ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัส กับความสุขร่วมกับคน ๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงา ๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ก็กระโดดโลดเต้นดีใจ



2. ต้องให้ความเคารพนับถือคน ๆนั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพ ในความเป็นเขา แล้วคนอื่น ๆ จะเคารพคน ๆ นั้น ของเราได้อย่างไรและเราจะภูมิใจหรือ กับการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใคร ๆ เขาดูถูก

3. ต้องรู้สึกว่าคน ๆ นั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ



4. ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทน

5. ต้องเข้าถึงความต้องการอารมณ์ และความรู้สึกของคน ๆ นั้นอย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเอง ด้วยความเต็มใจ

6. ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจในสรีระของคน ๆ นั้น ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน

7. ต้องรู้สึกว่าเรา สามารถจะพูดคุยกับคน ๆ นั้นได้ทุกเรื่องอย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ ขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอายหรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยิน แล้วจะเดินหายไปจากชีวิต

8. ต้องรู้สึกว่าคน ๆ นั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคน ชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป



9. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้นในหลาย ๆ ด้าน เป็นต้นว่าความคิดอารมณ์ และเวลาแต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง

10. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หรือเป็นสิ่งที่ทุกข์ ที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้กับคนๆนั้น

ลองนำไปสังเกตความรักของคุณดูได้ ว่าเป็นรักแท้แบบไหน.

26 สิงหาคม 2552

แม่กูสอน

เพื่อน ๆ บอกผมว่า

ทำไมมึงดูหน้าตาไม่ค่อยฉลาด แต่เรียนเก่งจังวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียน
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมพอมึงมีตังค์ มึงชอบเอาไปทำบุญ แจกเด็ก เลี้ยงพระวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้รู้จักแบ่งปันคนอื่น ถึงเราจะมีตังค์น้อย แต่ก็มีคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมมึงชอบเล่นกีฬา เล่นเป็นหลายอย่าง แล้วไม่เคยเห็นมึงป่วยนอนโรงพยาบาลเลยวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้กูออกกำลังกาย จะได้แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ๆ เพราะเรามีตังค์น้อย เจ็บป่วยจะลำบาก
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมมึงอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่โกรธใครบ้างเลยหรือไงวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ใกล้เรามีความสุข แล้วจะสบายใจกันทุกคน
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมมึงพูดกับคนอื่น ดูสุภาพ อ่อนน้อม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลุงแก่ ๆ เป็นเด็กเสริฟอาหาร
หรือแม้แต่ขอทานที่มึงให้เศษตังค์แล้วเขาอวยพรให้มึง ทำไมมึงต้องขอบคุณขอทานวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้พูดดี ๆ กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราพูดดี ๆ กับเขา เขาก็จะได้พูดดี ๆ กับเรา
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมพี่ ๆ น้อง ๆ มึงตั้งหลายคน ทำไมรักใคร่กันดี ไม่เคยทะเลาะกันเลยวะ
ผมบอกเพื่อนผมว่า
แม่กูสอน ให้พี่น้องรักกันทุกคน เพราะหมากับแมวที่อยู่บ้านเดียวกัน มันยังรักกันได้
ทำไมพี่น้องกัน จะรักกันไม่ได้
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมมึงถึงรักชาติ รักแผ่นดิน รักในหลวง มากมายนักวะ
ผมบอกเพื่อนว่า
แม่กูสอน ให้กูสำนึกถึงบุญคุณของแผ่นดิน บุญคุณของพระมหากษัติรย์ ทุกพระองค์
แม่กูสอน ให้กูรู้จักคำว่า จงรักภักดี ตั้งแต่กูยังไม่รู้ความหมาย จนทุกวันนี้ กูรู้แล้วว่า
คำว่า จงรักภักดี นั้น ยิ่งใหญ่เพียงใด
เพื่อน ๆ ผมบอกว่า
ทำไมแม่มึงถึงสอนอะไรมึงมากมายจังเลยวะ
ผมบอกเพื่อนว่า
ที่กูเป็นกูอยู่จนทุกวันนี้ ก็เพราะ ' แม่กูสอน '
แม่กูสอนอะไร กูทำตามแม่กูสอนทุกอย่าง
มีอย่างเดียวที่แม่กูไม่ได้สอน แต่กูทำ แล้วกูทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว
แม่กูไม่ได้สอนให้รักแม่ แต่......กูรักแม่ว่ะ
ใครไม่รัก..................กูรัก
fw mail

ดอกไม้ .... ของนายก้อนหิน

ผมรู้จัก..ผู้หญิงคนหนึ่ง..ด้วยความบังเอิญ



แต่ผมบอกตัวเองว่า..เป็นเพราะ..พรหมลิขิต


ผมพบเธอ..ที่ริมบึงขนาดใหญ่..หน้ามหาวิทยาลัย


ขณะที่..ผมกำลังไปวิ่งออกกำลังกาย


เธอกำลังง่วนอยู่กับผืนผ้าใบ .. และภาพอาทิตย์ลับขอบฟ้า


ผมยาว..ที่ถูกรวบเป็นมวยด้านหลัง..ถูกปักด้วยพู่กันอันโต.. แทนปิ่นปักผม


เสื้อกล้ามสีขาว.. สร้อยข้อมือเต็มแขน


กางเกงยีนส์สีซีด..และรองเท้าผ้าใบโทรมๆ


เธอคงดูเป็นผู้หญิงเรียนศิลปะ..เซอเซอ..จนไม่น่าดู


หากไม่เพราะ..ใบหน้าที่งดงาม..ราวภาพวาดของจิตรกรเอกนั้น


เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่สวย ....หากไม่พิศมองอย่างดี


แต่เธอก็ดูน่ารักมาก..ในสายตาผม


ผมบอกตัวเองว่า..หากผมวิ่งวนกลับมาอีกรอบ..แล้วเจอเธอ


ผม..จะเข้าไปคุยด้วย


วันนี้ ....จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง..เข้ามาคุยกับฉัน


เขาเรียนวิศวะ .. ท่าทางเป็นหนุ่มเจ้าสำอางเชียว


แต่ดูท่าทาง..จะเป็นที่รู้จักในคณะน่าดูนะ


เพราะตอนที่ช่วยฉัน..หอบอุปกรณ์วาดรูป..มาส่งที่รถ


มีรุ่นน้อง..มาทักเยอะเชียว


ยิ่งรู้จัก.. ผมยิ่งรู้สึกว่า..เธอน่ารักครับ


เธอเป็นรุ่นน้องผม 1 ปี ..แต่ก็ไม่เคยเรียกผมว่า "พี่"..ซักคำ


เธอบอกว่า.. เรารู้จักกันในฐานะเพื่อน.. ไม่ใช่รุ่นพี่.. รุ่นน้อง


เพราะเธอขี้เกียจนอบน้อม..ให้ผม .. อย่างที่รุ่นน้องในคณะเป็นกัน


ก็แหม..เคยเป็นประธานเชียร์นี่ครับ ..รุ่นน้องก็ต้องเกรง..เป็นธรรมดา


เธอเป็นผู้หญิง..ที่ใจดีมากครับ


ทุกวันเสาร์..เธอจะไปสอนศิลปะ..ให้เด็กกำพร้า


และวันไหนที่ว่าง..ก็จะไปอ่านนิทานอัดเทป..ให้เด็กๆ ตาบอดฟัง


ตอนนี้..ผมมั่นใจแล้วครับว่า..ผมชอบเธอมาก


แถมภูมิใจมาก..ที่คนที่ผมชอบ..เป็นคนดีมากด้วย


เขาเป็นผู้ชาย..ที่ใช้ได้ทีเดียวแหละ


อย่างน้อย..ก็รู้จักเทคแคร์ผู้หญิง..


มากกว่า..เพื่อนที่คณะของฉัน..เยอะทีเดียว


แล้วก็เป็นคนมุ่งมั่นดี ..


เขาตั้งใจเรียนมากเลยนะ .. ไม่เคยขาดเรียนเลย


เล่นเอาฉันรู้สึกผิด .. ที่โดดเรียน..เป็นว่าเล่น


แล้วก็เป็นคนขยันทำกิจกรรม..ของมหาวิทยาลัย ..ซึ่งฉันไม่คิดจะทำ


ต่างกันจริงแฮะ..ฉันกับเขา


วันนี้..เธอชวนผม....ไปขับรถเล่นครับ


เธอบอกว่า..อยากไปอุทยานแห่งชาติ..ที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยนัก


แต่ก็เป็นร้อยกิโล..เลยนะครับ


ผมมองมอเตอร์ไซต์เก่าๆ.. โทรมๆ.. ของผมแล้ว .... ก็ยากจะไปถึงครับ


เธอทำหน้าขรึม..แล้วยื่นกุญแจรถของเธอ..ให้ผม


บ้านเธอรวยครับ ..เธอมีรถยนต์ส่วนตัวใช้


ผมรู้สึกได้ทันทีว่า..เธอกำลังไม่สบายใจ


รถไปได้เดี๋ยวเดียว..เธอก็ร้องไห้โฮเลยครับ


ผมเลยรู้ว่า..เธอขี้แยไม่เบา


เรื่องของเรื่อง..ที่เธอกลุ้มใจ..ก็คือ ..


ที่บ้านเธอ..ไม่ยอมมาเยี่ยมเธอในวันนี้..ตามที่นัดไว้ครับ


เพราะน้องชาย..ไม่สบายนิดหน่อย


ผมขำไม่ออก


เพราะท่าทางเธอเสียใจ..กับเรื่องที่ผมเห็นว่า..เป็นสิ่งเล็กน้อยนี้มาก


จึงได้แต่เงียบ.. แล้วก็เล่าเรื่องของผม..ให้เธอฟังบ้าง


ฉันไม่กล้าฟูมฟาย..เลยทีเดียว


เมื่อเขาเล่าเรื่องครอบครัวของเขา..ให้ฉันฟัง


เขาเล่าให้ฟังว่า..


พ่อกับแม่ของเขา....เลิกกัน


และเขาก็ไม่เชิงว่า..มีใครเลี้ยง..


เพราะอยู่กับพ่อบ้าง ....อยู่กับแม่บ้าง ..อยู่กับญาติบ้าง


และแต่ละที่..ก็ไม่ใช่ที่ของเขา


เพราะทุกคน..ต่างมีครอบครัว..ของตัวเอง


อยู่ที่ไหน..เขาก็เหมือนเป็นแค่..คนอาศัย


ตอนนี้..เขาอาศัย....การได้ทุนการศึกษา..


และค่าใช้จ่าย..ที่พี่สาวส่งให้นิดหน่อย..ดำรงชีวิต


เพื่อก้าวไปยังเส้นทาง..ที่สบายขึ้น


ฉันทึ่งมาก..ที่เขาเข้มแข็ง ..และไม่ร้องไห้..กับโชคชะตาของตนเอง


ตั้งใจเรียน ..ไม่เกเร ....


ฉันโชคดีกว่าเขา..เยอะมากทีเดียว ..


สงสารเขาจังแฮะ

เธอบอกผมว่า ..


บางที..ถ้าผมเสียใจ ..ผมควรจะร้องไห้บ้าง


เพราะถ้าไม่ร้องเสียบ้าง ....


ความเสียใจต่างๆ.. จะถูกสะสมเป็น..ตะกอนในหัวใจ..ของผมเอง


แล้วท้ายที่สุด ..หัวใจของผม..จะกลายเป็น .." ก้อนหิน"


แม้จะแข็งแกร่ง .... และผมจะไม่มีวันเสียใจอีก


แต่มันจะทำให้..คนใกล้ตัวของผม..บอบช้ำ..ยามโดนผมกระทบ


ผมก็เลยบอกเธอว่า ..


ผมเห็นเธอเป็น.. ดอกไม้..ของนายก้อนหิน


ดอกไม้..ที่ช่วยมาเติมความอ่อนหวาน..


ให้กับก้อนหิน..ที่ไม่ค่อยมีค่า..ก้อนนี้


สรุปแล้ว..วันนั้น.. เราก็ไปไหน..ไม่ได้ไกล


เพราะทันที..ที่เห็นทุ่งนาเขียวขจีกว้างไกล ..


เธอก็ขอให้ผม..หยุดรถ


แล้วลงไปวิ่ง ..เหมือนไล่คว้าอะไรบางอย่าง


เธอบอกว่า.. เธอกำลังวิ่งไล่จับ .." ความฝัน"


วันนี้..เขารับปริญญา ..ฉันอาสาเป็นตากล้อง


ครอบครัวเขา..มีแม่..มาแค่คนเดียว


แต่บ้านฉัน..มากันทั้งบ้านเลยแหละ


พ่อแม่ .... และน้องชายฉัน..ชอบเขามาก


ก็ดีแล้วล่ะ ..เพราะฉันอยากให้เขา..ได้รับความอบอุ่นในครอบครัว


อย่างที่ฉัน..ได้รับมาเสมอบ้าง


ฉันอยากให้เขา..มีความสุข


เพราะความสุขของเขา..ก็เป็นความสุขของฉัน..เหมือนกัน


วันนี้....เราสนุกสนานกันใหญ่..


เหล่าเด็ก..อย่างพวกเรา..


พาคนสูงวัย 3 คน..ไปปล่อยแก่กัน..ในคาราโอเกะทั้งคืน


ก็ไม่ได้จ่ายเองนี่ .. พ่อแม่มาทั้งที.. นี่นา


แม่ของเขา..เข้ากับแม่ของฉัน..ได้ดีทีเดียว


ผมได้ทุนจากมหาวิทยาลัย..ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น


เหงามากครับ..


ทั้งที่ผมเคยชินกับความเหงา..มาตลอดชีวิต .. ก่อนที่จะพบเธอ


ผมหลีกเลี่ยงความเหงา..

โดยการตั้งใจเรียน ..เวลาว่าง..ก็ทำงานพิเศษ


ผมเก็บเงินได้ก้อนโต..ทีเดียวครับ


คิดว่า..พอเรียนจบกลับไป....จะไปขอเธอหมั้นไว้ก่อน


เธออีเมล์..มาเล่าให้ฟังว่า ..

เธอได้งาน..ในบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์..แห่งหนึ่ง


กำลัง..สนุกกับงาน


อีกไม่กี่เดือน..เขาก็จะกลับมาแล้ว


เห็นบอกว่า..เอาแต่เรียน..กับทำงาน .... จนไม่มีเวลาใช้เงิน ..


แหม..คงรวยใหญ่


ฉันเอง..ก็กำลังสนุกกับงานที่ทำ


อาจเหงาบ้าง.. แต่อีกไม่กี่เดือน..คงหายเหงา


พ่อเพิ่งซื้อคอนโดไว้ให้ ..กำลังตกแต่ง


พ่อกับแม่..วางแผนไว้เสร็จสรรพว่า..


พอเขากลับมา..จะยัดเยียดลูกสาว..ให้ทันที


แล้วให้ย้ายไปอยู่คอนโดใหม่ซะ


พ่อกับแม่..ให้เหตุผลว่า..


อพาร์ทเม้นที่ฉันอยู่..มันไม่ค่อยปลอดภัย..


สำหรับ..การอยู่คนเดียวนัก


วันนี้..ผมได้รับจดหมาย..จากที่บ้านของเธอ


เดาได้ว่า..เธอคงยังไม่รู้เรื่องแน่ๆ


พ่อกับแม่ของเธอ..เขียนจดหมายมาบอกว่า..


ให้ผม..กลับไปรับลูกสาว..ไปจากอกท่านด่วน


พร้อมกับซื้อคอนโดไว้..เป็นค่าสินสอดให้แล้ว


ถ้าผมจะเรียกร้องอะไรอีก..ก็ขอให้บอก


ขอเพียงช่วยรับลูกสาวท่าน..ไปเลี้ยงดูแทนก็พอ


พร้อมกับ..ส่งเอกสารโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมาด้วย


ที่บ้านของเธอ..น่ารักอย่างนี้เสมอครับ


ทั้งๆ ที่..ผมเป็นคนอื่น ...


แต่ท่านทั้งคู่..ก็เอ็นดูผมมากทีเดียว


กลายเป็นว่า..เงินทองที่ผมสะสม..เพื่อขอเธอแต่งงาน..ก็อดใช้ครับ


เก็บไว้ให้ลูกแทน..แล้วกัน


ตื่นเต้นครับ ..อีกไม่กี่วัน..ผมก็จะได้กลับไปหาเธอแล้ว


ดอกไม้..ของผม


พรุ่งนี้..เขาจะกลับมาแล้วล่ะ


เดี๋ยวตอนเย็น.. ฉันจะออกไปหาซื้อข้าวของ..และอาหาร


มาเตรียมไว้..ทำให้เขากิน..พรุ่งนี้


เขาต้องแปลกใจมากแน่ๆ.. ที่ฉันทำอาหารเป็นแล้ว ..หุหุ

ใช้เวลาฝึกฝน..แรมปีเชียวนะ


โอ๊ย .. ตื่นเต้นจังเลย..


แล้วพรุ่งนี้..เจอกันนะ


นายก้อนหิน..ของฉัน


เราสมัครใจ..เป็นดอกไม้...ที่อยู่ข้างก้อนหิน


เพราะดอกไม้ดอกนี้ ..แสนบอบบาง


เราจะมีก้อนหิน..คอยดูแล.... ปกป้อง


นายไม่ต้องห่วงหรอก


นายไปเรียนแค่ 2 ปี.. เราอยู่คนเดียวได้..สบายมาก


ถึง 2 ปีนี้ .... ดอกไม้..จะไม่มีก้อนหิน..คอยดูแล


ดอกไม้..จะฮึด..เอาความแข็งแกร่งทั้งหมด..มาดูแลตัวเอง


เพราะ..เมื่อก้อนหิน..กลับมา


ดอกไม้..ก็ไม่ต้องมีความแข็งแกร่ง..ก็ได้


ยังไง..ก็มีคนดูแลอยู่แล้ว


*


*


*


แต่..ผมไม่ได้ขอหมั้นเธอ....หรอกครับ


ไม่มีงานแต่งงาน....เกิดขึ้นด้วย


คอนโด..ก็ถูกขาย


ผมย้ายไปอยู่ที่บ้านของเธอ ..กับพ่อแม่ .... และน้องชายของเธอ


.......


แต่... ไม่มีเธอ..หรอกครับ


......


......


เธอถูกวัยรุ่นเมายา-กลุ่มหนึ่ง..ขับรถชน


ในวันที่..ไปซื้อข้าวของ..เพื่อทำอาหารให้ผมครับ


แค่เสี้ยววินาที..เท่านั้น


ที่ผมจะกลับมาดูแลเธอ..ได้แล้วแท้ๆ


แต่มันก็..สายเกินไป


ไม่มีอีกแล้วครับ..


ดอกไม้..ของนายก้อนหิน


*


*
ใครที่ยังมี... คนสำคัญของหัวใจ... ข้างกายอยู่


ดูแลเขาให้ดี.. ทุกวินาที..นะครับ


เพราะเพียงพริบตา..ที่ไม่ได้ดูแล


เมื่อคุณ..ลืมตา..อีกครั้ง


อาจไม่มีเขา..ให้ดูแลแล้ว..ก็ได้

21 สิงหาคม 2552

ให้อภัยเหมือนล้างใจให้สะอาด

การให้อภัยจะช่วยให้สามารถยุติปัญหาต่างๆ ได้ เปรียบเสมือนคนล้างแก้วน้ำให้สะอาด ทำให้เหมาะสมที่จะรองรับน้ำบริสุทธิ์ที่เทลงไปใหม่ เหมือนการโยนของที่ไม่ชอบทิ้งเสียโดยไม่ต้องเสียดาย การให้อภัยคือการแสดงกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อภัยทานเวลาจะให้ไม่ต้องไปขอใคร ไม่เหมือนใครมาขอเงินเรา ที่ต้องควักกระเป๋าให้ แต่การให้อภัยไม่ต้องหาจากไหนและไม่รู้สึกว่าเป็นการสูญเสีย ขอให้ภูมิใจเมื่อมีใครมาขอโทษ เมื่อมีใครให้อภัยเราหรือเมื่อสำนึกได้ว่าได้ทำอะไรผิดพลาดไปก็ขอโทษกัน การขอโทษหรือการให้อภัย มิใช่การเสียหน้าหรือเสียรู้ มิใช่การได้เปรียบเสียเปรียบแต่อย่างใด หากแต่เป็นการชำระใจให้สะอาด เหมือนภาชนะสกปรกก็ชำระล้างให้สะอาด ใครจะคิดอย่างไรมิใช่ประเด็น แต่สำหรับผู้แสดงออกว่าเราให้อภัยในเรื่องนี้ต่อบุคคลผู้นี้แล้ว นั่นเป็นสิ่งสำคัญเพราะสิ่งนั้นจะถูกบรรจุลงไปในจิตของเรานั่นเอง การผูกอาฆาต ความพยาบาท ความอิจฉา โกรธ เกลียด ความคิดแก้แค้น ทิฐิมานะนั้น เป็นเสมือนเชื้อไวรัส อภัยทานคือเครื่องมือแอนตี้ไวรัส ส่วนจิตของเราเหมือนคอมพิวเตอร์ ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้อาจจะดูเหมือนยาว แต่มีใครบอกได้ว่าจะอยู่ได้ปลอดภัยถึงวันไหน เราต้องการความทรงจำที่เลวร้าย หรือต้องการความทรงจำที่ดีในชีวิต ต้องการนั่งนอนอย่างมีความสุข มีชีวิตอยู่ด้วยความอิ่มเอิบหรือต้องการมีชีวิตอยู่ด้วยการถอนหายใจ ด้วยความทุกข์และกังวลใจ สิ่งเหล่านี้กำหนดได้ที่ตัวเอง ฝึกใจให้คิดแต่เรื่องดีๆ ความคิดเป็นสิ่งที่ทรงพลังมาก สุขหรือทุกข์ของมนุษย์อยู่ที่วิธีคิด คิดเป็นก็พ้นทุกข์ คิดไม่เป็นแม้แต่เรื่องมิใช่เรื่อง ก็อาจเกิดเรื่องได้ คนเราอยู่ไม่ถึง 100 ปี ทำไมจะเสียเวลามาครุ่นคิดเรื่องไร้สาระ ทำไมจะต้องเสียเวลามาทำเรื่องที่ทำให้เกิดทุกข์ การยอมกันเสียบ้าง ก็เป็นความสุขได้ไม่ยาก เวลาที่โกรธ เกลียด พยาบาทใคร สีหน้าของเราจะเปลี่ยนไปหน้าจะเครียดแดงก่ำ เลือดสูบฉีดเร็ว หัวใจเต้นแรง มือไม้สั่น เวลาโกรธจัดจิตที่ถูกครอบงำโดยอารมณ์ร้าย คือ ความหนักใจ เหนื่อยหอบ ทำอะไรก็เป็นทุกข์ไม่มีความสุข แต่พอได้ยกโทษให้ใครเมื่อหายโกรธเหมือนยกภูเขาออกจากใจ จะรู้สึกทันทีว่ายิ้มได้ มีความสบายใจโล่งโปร่งสบาย คิดแต่เรื่องดีๆ จิตใจก็เบิกบานอิ่มเอิบ ที่สำคัญช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ผ่องใส เราอาจคิดว่าการให้อภัยบ่อยๆ แก่คนบางคน เขาอาจจะไม่ปรับตัว ยังก่อเหตุอยู่เสมอๆ งานก็ไม่สำเร็จ ยังเหลวไหลอยู่เหมือนเดิม นั่นอาจเป็นเหตุผลในการทำงาน แต่สำหรับเหตุผลของใจนั่น เมื่อให้อภัยใจเราก็เบา เพราะหมดห่วง หมดทุกข์ หมดสนิมที่จะมากัดใจให้ผุกร่อน วิธีคิดมีความสำคัญมากสำหรับชีวิตของคน เรามักได้ยินเสมอว่า แพ้หรือชนะอยู่ที่กำลังใจ แท้จริงแล้วคำว่ากำลังใจก็คือวิธีคิดนั่นเอง พลังที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์คือการที่ใจมีกำลัง และเป็นกำลังจากความคิดที่ดี มนุษย์จึงต้องสร้างกำลังใจให้แก่กันและกัน กำลังใจเป็นสิ่งที่ให้ไม่รู้จักหมด ยิ่งให้คนอื่นได้มากเท่าไร กำลังใจก็จะยิ่งเกิดขึ้นแก่เรามากเท่านั้น เหมือนวิชาความรู้ ยิ่งให้ยิ่งพอกพูน ยิ่งหวงไว้เฉพาะตัวก็ยิ่งหดหาย การให้อภัยแม้ยากแต่หากพยายามทำบ่อยๆ ให้กลายเป็นนิสัย จะเป็นความสุขใจในภายหลังเมื่อย้อนนึกถึง ด้วยเหตุนี้จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดให้ได้ ไม่ให้ใจเป็นถังขยะแต่ให้ใจเป็นหิ้งบูชาพระที่งดงามทุกวัน ด้วยการมองแต่เรื่องดีๆ ของคนให้พบ มองบวกคิดบวกพูดบวก เพราะการทำอะไรเป็นบวกจะทำให้ได้กำไรใจสบาย ศัตรูก็ควรให้อภัย เคยไหมบางคนไม่รู้จักกันมาก่อน แต่พอเห็นหน้าจะรู้สึกไม่ชอบทันที จะพูดจะทำอะไรดูเกะกะน่ารำคาญไปหมด แม้แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อเราก็เช่นเดียวกันนั่นเป็นเพราะอดีตเราไม่ยอมให้อภัยต่อกัน การที่ไม่ยอมให้อภัยเหมือนเราไม่ยอมล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย แม้จะไปที่ไหน สวมใส่เสื้อผ้าชนิดใด งามแค่ไหน ร่างกายของเราก็ยังคงสกปรกและตามไปทุกหนทุกแห่ง การให้อภัยเปรียบเหมือนการอาบน้ำชำระร่างกาย ท่านอาจลืมคิดไปว่าลูกหลานที่เกิดมาแล้วผลาญทรัพย์ทำลายชื่อเสียง ทำให้พ่อแม่เดือนร้อนนอนทุกข์นั้น แท้จริงก็คือศัตรูในชาติที่แล้วที่ไม่ได้อโหสิกรรมแก่กัน กรรมจึงติดตามกันมาเห็นผลถึงชาตินี้ บางทีคนที่เขาโกรธเราหากเราไม่โกรธตอบ ก็จะไม่เป็นการตอบรับกระแสกัน เหมือนโทรศัพท์ถึงกัน ถ้าอีกฝ่ายไม่เปิดโทรศัพท์รับ ฝ่ายที่โทร.ถึงก็หมดสิทธิจะคุยกันเพราะกระแสไม่ถึงกัน การตอบรับซึ่งกันและกันหากเป็นความโกรธ ความแค้น สิ่งที่จะตามมาก็คือการรับรู้และเก็บอารมณ์ทั้งโกรธและเกลียดไว้ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อรู้แล้วก็ควรสละอารมณ์นั้นด้วยตัวเราก่อน เพื่อป้องกันจิตมิให้เป็นทุกข์เพราะคนนั้นเป็นเหตุ คิดเสียว่าเขาไม่ได้อยู่ในโลกนี้ ไม่ไปยึดเป็นรักเป็นชัง ก็เมื่อแม้แต่รักพระท่านยังสอนให้ละทิ้ง เพื่อมิให้ยึดติด แล้วทำไมเราจะยังมองเห็นโกรธแค้นเป็นสิ่งที่จะต้องยึดมั่นอยู่ได้ ดังนั้น วิธีการแผ่เมตตาท่านจึงสอนไม่ให้คิดว่าเป็นคนที่รักหรือชัง หากแต่ให้คิดว่าเป็นสรรพสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย ร่วมโลกเดียวกันการคิดเช่นนี้เป็นการปรับอารมณ์ให้สมดุลไม่เลือกที่รักมักที่ชัง แผ่เมตตาให้สัตว์ที่กินเป็นอาหาร เจ้ากรรมนายเวร คือ สัตว์น้อยใหญ่ที่เรากินเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหมู เนื้อ ไก่ เป็ด ปลา กุ้ง หอย ต่างๆ นับตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันนับไม่ถ้วนกี่ร้อยกี่พันชนิด เนื้อหนังมังสาของเรา อวัยวะทุกส่วนล้วนแล้วแต่มีหุ้นส่วนของสัตว์น้อยใหญ่ทั้งสิ้น อย่าคิดว่าเป็นของเราคนเดียวแล้วไม่เคยแผ่เมตตาให้สัตว์น้อยใหญ่ ที่เรากินเข้าไปทุกวันๆ ทั้งๆ ที่เขาสละชีวิตของเขาเพื่อต่อชีวิตเราให้ยาวออกไป หากเขารู้สึกน้อยใจที่ถูกเพิกเฉย ความน้อยใจของเขาบางครั้งทำให้เราเกิดโรคร้าย เช่น มะเร็ง บางคนป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ หมอก็หาโรคไม่เจอ แต่พอแผ่เมตตากลับหายเรื่องเช่นนี้ มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย การแผ่เมตตาให้เขา แท้จริงก็คือแผ่ให้ตัวเรานั่นเองการให้เขาคือการให้เรา เพราะเขาอยู่กับเราเขาคือร่างกายของเรา เขาสละชีวิตเลือดเนื้อมาเป็นพลังงานให้ชีวิตเรา การแผ่เมตตาทำได้ง่ายเพียงแต่ให้นึกถึงเขาเสมอๆ คิดถึงความดีของเขาที่ได้ส่งเสริมให้เรามีชีวิตอยู่ การแผ่เมตตาถือเป็นการแสดงความขอบคุณต่อหลายชีวิตที่ถูกปรุงเป็นอาหารอร่อยว างบนโต๊ะอาหารรอเรามาขบเคี้ยว ชีวิตเราถูกเลี้ยงโดยสัตว์อื่นการกินคือการต่ออายุ วันหนึ่งเราต่ออายุ 3 เวลา แต่ละเวลาเราต้องกินอาหารอื่นนับสิบชีวิต ขอให้เราฝึกให้อภัยทุกวัน ทำเหมือนที่เราแผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ ขอให้เราทำทุกครั้ง ทำเหมือนกรวดน้ำหลังทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้สรรพสัตว์น้อยใหญ่ การให้อภัยแก่ใครนั้นเป็นเรื่องง่ายดาย เป็นเรื่องธรรมดาๆ คือทำได้โดยไม่ต้องฝืนใจทำ เมื่อให้อภัยเสียแล้วใครๆ ที่ผูกอาฆาตพยาบาทเราไว้ แรงพยาบาทของเขาก็จะหมดโอกาสติดตามเรา เพราะกรรมนั้นหมดแรงส่ง เนื่องจากเราได้อโหสิเสียแล้ว ยุติสนิมในใจคือความพยาบาทอาฆาตให้หมดสิ้นไปจากใจของเราเสียแต่บัดนี้

มาติดตั้งโปรแกรมความรักกัน

ช่างเทคนิค :'ฮัลโหล สวัสดีครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ ลูกค้า :'ดิฉันได้นั่งนึกดูแล้วคิดว่า โปรแกรมความรัก นี่ก็น่าสนใจ ดีนะคะ คุณช่วยกรุณาแนะนำดิฉันหน่อยได้ไหมคะว่าจะลงโปรแกรมนี้ยังไง'ช่างเทคนิค :'ด้วยความยินดีครับ ไม่ทราบว่าพร้อมที่จะลงโปรแกรม หรือยังครับ'ลูกค้า :'อืม... ไม่รู้เหมือนกันคะ บอกตามตรงว่าดิฉันไม่ค่อยรู้ เรื่องคอมพิวเตอร์เท่าไร แต่ดิฉันคิดว่าน่าจะพร้อมคะ ไม่ทราบว่าต้องเริ่มทำยังไงบ้างคะ'ช่างเทคนิค :'อันดับแรกเลยคุณต้องเปิดใจคุณก่อนครับ'ลูกค้า :'ไม่มีปัญหาคะ แต่ว่าตอนนี้ฉันเปิดใช้โปรแกรมอื่นอยู่ด้วย ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาใน การติดตั้งไหมคะถ้าฉันไม่ได้ปิดโปรแกรมพวกนี้'ช่างเทคนิค :'ไม่ทราบว่าโปรแกรมอะไรหรือครับที่กำลังเปิดใช้งานอยู่'ลูกค้า :'เดี๋ยวขอดิฉันดูนิดนึงนะคะ อืม... ก็มีโปรแกรม 'ความเจ็บปวดในอดีต', 'การไม่เห็น คุณค่าของตัวเอง', 'ความริษยา', 'ความขุ่นเคือง' และก็ 'โปรแกรมความโกรธ' ทั้งหมดที่เปิดก็มีเท่านี้ค่ะ'ช่างเทคนิค :'ไม่มีปัญหาครับ โปรแกรมความรักจะค่อยๆลบความเจ็บปวดในอดีต ออกจากระบบปฏิบัติการครับ มันอาจจะคงอยู่ในหน่วยความทรงจำแต่ว่าจะไม่รบกวนการทำงานของโปรแกรมอื่นๆครับ ไม่ต้องกังวล สำหรับโปรแกรมการไม่เห็นคุณค่าของตัวเองนั้นจะค่อยๆหายไปเอง เพราะส่วนประกอบส่วนหนึ่งของโปรแกรมความรัก คือการเห็นคุณค่าของตนเอง ส่วนนี้จะค่อยๆเข้ามาแทนที่อย่างช้าๆจนการไม่เห็นคุณค่าตัวเองหมดไป แต่ว่าคุณเองจะต้องปิดโปรแกรมความริษยา ความขุ่นเคืองและ ความโกรธลง เพราะโปรแกรมพวกนี้จะขัดขวางไม่ให้โปรแกรมความรักสามารถติดตั้งได้ รบกวนช่วยปิดโปรแกรมพวกนี้ ก่อนได้ไหมครับ'ลูกค้า :'บอกตามตรงเลยนะคะ ดิฉันไม่รู้จริงๆคะว่าจะปิดโปรแกรมพวกนี้ยังไง'ช่างเทคนิค :'เข้าไปที่ Start Menu นะครับ แล้วเรียกโปรแกรมการให้อภัยขึ้นมาต้องเปิดโปรแกรมนี้เรื่อยๆจนกว่าความริษยา, ความขุ่นเคืองและก็ความโกรธจะถูกลบออกไปจนหมด'ลูกค้า :'ได้คะ.... เสร็จแล้วคะ ตอนนี้โปรแกรมความรักเริ่มที่จะติดตั้งอัตโนมัติแล้วค่ะ แต่ เอ..........นี่เป็นปกติของโปรแกรมใช่ไหมคะที่ติดตั้งด้วยตัวมันเอง'ช่างเทคนิค : 'ใช่ครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นเพียงโปรแกรมพื้นฐานเท่านั้น คุณจะต้องติดต่อกับหัวใจดวงอื่นๆเพื่อที่จะได้ upgrade โปรแกรมความรักให้มี version ที่สูงขึ้น'ลูกค้า :'อุ้ย....มีข้อความผิดพลาดขึ้นที่หน้าจอบอกว่า 'โปรแกรมไม่สามารถติดต่อออก ไปสู่ภายนอกได้' ดิฉันควรทำยังไงดีคะ'ช่างเทคนิค :'ไม่ต้องตกใจครับ นั่นแสดงว่าตอนนี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้งอยู่ภายในใจคุณเรียบร้อยแล้วครับ แต่ที่โปรแกรมยังไม่สามารถใช้งานได้ ก็เพราะว่าคุณต้องเริ่มรักตัวคุณเองก่อน จากนั้นคุณถึงจะรักคนอื่นได้'ลูกค้า :'แล้วดิฉันควรจะทำยังไงคะ'ช่างเทคนิค :'คุณช่วยเลื่อนการยอมรับตัวเองลงมาหน่อยได้ไหมครับ จากนั้นให้คลิกที่ไฟล์ 'การยกโทษให้ตนเอง' 'การรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง' และ การยอมรับถึงความจำกัดในตัวคุณ'......'ลูกค้า :'ได้ค่ะ...เสร็จแล้วค่ะ'ช่างเทคนิค :'โอเคครับ จากนั้นก็ก๊อปปี้ไฟล์พวกนี้เข้ามาในไดเร็กทอรี่ 'ใจฉัน' ระบบจะทำการจัดการไฟล์ที่มีปัญหารวมทั้งแก้ไขโปรแกรมต่างๆที่มีข้อผิดพลาด แต่ว่าคุณจะต้องลบไฟล์ 'การพูดถึงตัวเองในแง่ลบ' และ 'ไฟล์การตัดสินผู้อื่น' ออกจากทุกๆไดเร็กทอรี่นะครับ และอย่าลืมเข้าไปลบอีกที ใน Recycle Bin นะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าไฟล์พวกนี้ถูกลบจนหมดและไม่มีทางกลับเข้ามาทำความยุ่งยากได้อีก'ลูกค้า :'ทราบแล้วคะ เอ๊ะ!!...มีไฟล์ใหม่ๆเกิดขึ้นในหัวใจตั้งเยอะคะ 'ยิ้ม' กำลังวิ่งเล่นอยู่บนหน้าจอ 'สันติสุข' และ 'ความยินดี' กำลังก๊อปปี้ตัวเองอยู่ทั่วไปภายในใจฉันนี่เป็นปกติหรือเปล่าคะ'ช่างเทคนิค :'ครับ บางครั้งสำหรับบางคนอาจต้องใช ้เวลาหน่อย แต่ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้งและเปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกก่อนที่จะวางสายครับ ความรักเป็นโปรแกรมให้เปล่า อย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นนะครับ ความรักที่คุณให้ไปจะไม่เหมือนกันในแต่ละคน และความรักนี้จะถูกส่งต่อไปยังคนอื่นๆและส่วนหนึ่งก็จะกลับคืนมาสู่ตัวคุณด้วย และเมื่อนั้นความรักของคุณก็จะมีการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง'ลูกค้า :'ดิฉันให้สัญญาค่ะ...................ว่าจะแบ่งปันโปรแกรมความรักให้กับคนอื่นๆ รบกวนขอทราบชื่อของ คุณหน่อยได้ไหมคะ'ช่างเทคนิค :'เรียกผมว่า 'ผู้ชันสูตรจิตใจ' หรือ เราเป็น' (I AM) ก็ได้ครับ คนส่วนใหญ่คิดว่าพวกเขาจะต้องไปตรวจสุขภาพจิตใจปีละครั้ง เพื่อให้หัวใจเขามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แต่ผู้ที่สร้างใจ (ผมเอง) ขอแนะนำว่าไม่จำเป็น................ เพียงแต่คุณคอยหมั่นดูแลความรักให้คงอยู่ในแต่ละวันก็เพียงพอแล้วครับ'
ที่มา:FM