Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค แสดงบทความทั้งหมด

06 มิถุนายน 2554

King Healthy ลงทุนน้อย ไม่ต้องรักษายอด ไม่ต้องซื้อสินค้าเพิ่ม

หลายคนลงมือทำงานอย่างจริงจัง ทำงานอย่างหนักหน่วง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ

บางคนลงทุนมหาศาล ดิ้นรนหารายชื่อ หาสมาชิก หามาเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอต่อความสำเร็จ
บางคนไม่สามารถเชิญคนใหม่เข้าสู่ธุรกิจได้ ไม่สามารถดูแล และสร้างธุรกิจให้เติบโตได้
แล้วไหนล่ะ?????
อิสระภาพทางการเงินและเวลา ที่เคยบอกว่าคุณจะมี หากคุณเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย
ที่นี่ เวลานี้เหมาะแล้ว ถูกที่ ถูกทีม ถูกเวลา จะทำให้คุณรวยไปกับเรา Kingshealth
พบการทำงานรูปแบบใหม่ Kingshealthy ลงทุนน้อยเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท
แนะนำคนเพียง 2 คน ไม่จำเป็นต้องรักษายอด ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าเพิ่ม
ทำธุรกิจกับบริษัทน้องใหม่ พื้นฐานดี มีทุนสนับสนุนกว่า 5,000 ล้านบาท
ทำงาน 20 สัปดาห์ สามารถมีรายได้หลักแสนบาทได้
ด้วยแผนรายได้ Kingshealthyที่ออกแบบมาให้ง่ายต่อการทำงานที่สามารถรับรายได้ถึง 4 ช่องทางคือ

1. โบนัสแนะนำ รับสูงสุดถึง 110% จาก 5 ชั้นลึก ชั้นที่ 1 30%, ชั้นที่ 2-5 20%

2. โบนัสบริหารทีมงาน รับจากขาอ่อน 15-25% รับจากขาแข็ง 10-12% (แบบไบนารี่)

3. โบนัสแมชชิ่ง รับสูงสุดถึง 240% จาก 4 ชั้นลึก ชั้นที่ 1 100%, ชั้นที่ 2-3 50%, ชั้นที่ 4 40%

4. กองทุนท่องเที่ยว 2%, กองทุนรถยนต์ 3%, กองทุนบ้าน 5%

ด้วยแผนการตลาด Kingshealthy ที่ให้มากกว่าความสำเร็จ ประกอบกับบริษัท คิงส์เฮลท์ตี้ ที่มีเงินทุนกว่าสนับสนุนกว่า 5,000 ล้านบาทและ ประสบการณ์ของผู้บริหารที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีถึง 3กระทรวง และเป็นปรึกษาโรงงานผลิต อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ มาหลายปี จึงมั่นใจได้ว่า คิงส์ เฮลท์ตี้ จะนำพาความสำเร็จมาสู่ชีวิตท่านได้อย่างแน่นอน

ท่านพร้อมหรือยังที่จะร่วมทีมกับเรา Club24online

ผลิตภัณท์ประกอบด้วย อาหารเสริมสุขภาพ ลดความอ้วน บำรุงผิวพรรณ อาทิเช่น magic m กาแฟผู้ชาย, purevite เพียวไวท์ ลดน้ำหนัก, glutadrink กลูต้าดริงค์ ผิวขาวใส, กาแฟเพียวไวท์ ลดความอ้วน, Ennosend กระชับช่องคลอด, Froster M, C-SERUM, สบู่บำรุงผิว, ดีท็อกฟอร์ไนท์, ยาสีฟันโปรเดนท์ สินค้าคุณภาพมี อย.รับรอง


ศึกษาข้อมูลหรือลงทะเบียนขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


http://club24online.com/?id=suthep

ติดต่อได้ที่ คุณสเทพ โทร.081-4844282

Email : thep_0062@hotmail.com

21 สิงหาคม 2552

ชาวนากับลาแก่

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคน หนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอกด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลังแล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไรมันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆเปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น”

ที่มาfm

18 สิงหาคม 2552

เทคนิคมองโลกในแง่ดี

คนไทยสมัยนี้เครียดกันง่ายจัง วันๆ หนึ่งต้องพบกับความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ กังวลใจ กันหลายๆ ครั้ง ไม่เหมือนกับคนไทยสมัยโบราณที่กว่าจะเกิดความเครียดขึ้นมาได้ โน่น..ต้องมีเสือบุกเข้ามากินวัว โจรบุกเข้ามาปล้น ถึงจะเกิดความเครียดกันทีหนึ่ง เรียกว่าวันๆ หนึ่งแทบจะไม่รู้จักความเครียดกันเลย ใบหน้าคนไทยสมัยก่อนจึงมีแต่รอยยิ้ม พวกฝรั่งซึ่งเป็นคนมาจากวัฒนธรรมอื่นมาเห็นเข้าพากันแปลกใจว่าทำไมคนไทยอารมณ์ดีกันจัง ก็เลยตั้งชื่อว่าให้ว่า "สยามเมืองยิ้ม" นอกจากนี้คนไทยยังมีวิธีคิดที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา ให้รู้จักคิดปล่อยวาง คิดให้สบายใจ ในยามที่ต้องพบกับปัญหาหนักๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังเหลือร่องรอยวิธีคิดเหล่านี้อยู่ในนิสัยคนไทยทั่วๆ ไปบ้าง แต่บางคนก็ลืมไปแล้ว หรือคนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จัก วันนี้เครือข่ายฯจึงขอนำวิธีคิดเหล่านี้นำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีความเป็นพุทธ และ ให้มีความทันสมัย เหมาะกับคนยุคปัจจุบันมากขึ้น นำเสนอเป็นเทคนิควิธีคิดมองโลกในแง่ดีสำหรับคนยุคไอที ดังต่อไปนี้ ยามพบอุปสรรคในการทำงาน ไม่เป็นไร..เอาใหม่ : คำพูดนี้สำคัญมากครับ เอาไว้ใช้อุทาน เวลาท่านต้องประสบกับปัญหาความล้มเหลวในการทำงานหรือ เจอข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน หรือ เวลาเพื่อนร่วมงานทำงานผิดพลาด คำพูดนี้จะเป็นเครื่องปลอบใจและให้กำลังใจได้เป็นอย่างดี คำว่า "ไม่เป็นไร" เป็นคำที่ทำให้จิตใจปล่อยวางจากปัญหา ไม่ถูกบีบคั้นจากปัญหา คำว่า "เอาใหม่" เป็น คำพูดที่ปลุกคุณธรรมข้อ "วิริยะ" แปลว่า เพียรสู้งาน ปลุกใจให้เราคิดสู้ปัญหา ไม่ท้อถอย ยามพบกับเหตุการณ์ร้ายที่ไม่พึงปรารถนา โชคดีนะเนี่ย : ไม่ว่าคุณเจอะเจอกับความทุกข์กายทุกข์ใจอะไรในชีวิตประจำวัน ให้คิดเสียว่าสิ่งเลวร้ายที่เราต้องประสบทุกๆ ครั้ง มันไม่ได้ร้ายกาจจนถึงที่สุดแม้สักอย่างเดียว มันเป็นความ"โชคดี"ของเราจริงๆ ที่ไม่เจอหนักกว่านี้ ยกตัวอย่าง เดินหัวชนเสาหัวปูด อุทานว่า "อูย ! ..โชคดีนะเรา หัวยังไม่แตก" โดนตัดเงินเดือน พูดกับตัวเองว่า "เขาไม่ไล่เราออก ก็บุญแล้ว ถือว่ายังโชคดีนะเนี่ย" ทำกาแฟร้อนๆ หกรดขากางเกง พูดกับตัวเองว่า "เหอ..ๆ โชคดี ที่มันไม่หกรดเป้ากางเกงเรา" ยามมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เขายังดีนะ : เวลาคุณมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ เช่นเพื่อนร่วมงาน คนข้างบ้าน ฯลฯ เช่น บางคนอาจจะทำงานไม่ถูกใจ บางคนอาจจะทำอะไรผิดใจคุณ หรือ บางคนอาจจะมีเจตนาไม่ดีกับคุณ ให้คิดเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันก็ยัง ไม่ได้ร้ายกาจถึงที่สุดกับคุณแต่อย่างใด มันยังมีแง่ดีๆ ให้เราคิดถึงเขาอยู่เสมอ ยกตัวอย่าง คนข้างบ้านนินทาเรา เราก็บอกกับตัวเองว่า โอ้... นี่เขายังดีนะที่ไม่ถึงกับมาดักทำร้ายเรา มีคนมาขโมยปากกาที่โต๊ะทำงานเราไป เราก็คิดว่า เจ้าขโมยนี่ยังดี ที่ไม่ยกเครื่องคอมพ์เราไป สาวหักอก เราก็คิดว่า เธอยังดีนะเนี่ย ที่ไม่ควงคู่แข่งมาเย้ยเราให้เจ็บใจหนักไปกว่านี้ เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ เราก็คิดว่า เขาก็ยังดีที่ไม่ใส่ร้ายป้ายสีเราข้างหลัง เทคนิคคิดเมื่อเจอปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เอ๊ะ...! ตรงนี้เราได้อะไร : เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้จิตตั้งแง่คิดเพื่อมุ่งหาความรู้ทันทีที่ได้พบกับปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น นาย ก. เดินตกท่อ ขาแข้งถลอก นาย ก. ทั้งๆ ที่เจ็บปวด กลับตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า เราเดินตกท่อตรงนี้ เราได้อะไร ! เท่านั้นเองคำตอบต่างๆ ก็พรั่งพรูออกมามากมาย อาทิเช่น ก. เราได้ดูแลรักษาตัวเองอีกแล้วดีจัง ไม่ได้ดูแลตัวเองมานาน ข. เราได้บทเรียนซาบซึ้งกับคำว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง" (เคยเดินมาดีๆ ทุกวัน วันนี้ใครกันดันมาเปิดฝาท่อ) ค. มันทำให้เราได้ไอเดียเกี่ยวการทาแถบสีสะท้อนแสงตรงขอบท่อ เพื่อคนจะได้สังเกตเห็นได้แต่ไกลๆ วิธีคิดเช่นนี้จะทำให้เรารู้สึกเลยว่า ชีวิตนี้มีแต่ได้ ไม่มีเสีย คือ แม้ว่าเราจะพบกับสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาก็ตาม แต่ถ้าหากว่าเรารู้จักตั้งคำถามเช่นนี้เป็นนิสัย เราก็จะได้สิ่งที่ดีๆ มากมายจนบางครั้งเราอาจจะต้องนึกขอบคุณที่ได้เจอกับปัญหาบ่อยๆ เลยทีเดียว ยังมีวิธีคิดมองโลกในแง่ดีอีกมากมายหลายวิธี ซึ่งเครือข่ายชาวพุทธกำลังค้นคว้าหาข้อมูลจากพระไตรปิฎก เพื่อประยุกต์เป็นวิธีคิดนำมาเสนอท่านโอกาสต่อไป อย่าลืมติดตามตอนที่ ๒ เร็วๆ นี้นะครับสวัสดี .......................................................
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1485
บทความธรรมะจาก http://www.budpage.com/